Skip to content

เชลซี เปิดฤดูกาลใหม่ด้วยชัยชนะที่น่าตื่นเต้น ปลุกความกระตือรือร้นของแฟนบอลและคืนบรรยากาศสดใสให้สนามอีกครั้ง

เชลซีคว้าชัยชนะในนัดเปิดฤดูกาล: แฟนบอลเฮฮาด้วยชัยชนะอันน่าตื่นเต้น

 

เชลซีเปิดฤดูกาลใหม่ของ พรีเมียร์ลีก ด้วยชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ทำให้บรรดาแฟนบอลที่เต็มสนามต่างหลงใหลในความตื่นเต้นจากผลการแข่งขันอันยอดเยี่ยมนี้ แมตช์นี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับการเดินหน้าของทีมในฤดูกาลที่จะมาถึง

 

การเริ่มต้นฤดูกาลอย่างแข็งแกร่ง

 

ในนัดเปิดฤดูกาล เชลซีได้แสดงถึงความแข็งแกร่งในสนามด้วยแท็กติกและการทำงานเป็นทีมที่น่าประทับใจ ความมุ่งมั่นของทีมชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยพวกเขามุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จากโอกาสในช่วงต้น แม้กระทั่งผู้เล่นหลักคนสำคัญต่างก็ฉายแสงด้วยผลงานที่สร้างความประทับใจให้กับกองเชียร์ทั้งทางพื้นบ้านและทีมเยือน

 

ผลกระทบต่อแฟนบอลและบรรยากาศ

 

สำหรับ แฟนบอล แมตช์นี้ไม่เพียงแค่เกมการแข่งขัน แต่เป็นการยืนยันว่าฤดูกาลนี้มีความหวัง บรรยากาศในสนามที่เต็มไปด้วยพลังเชียร์จากผู้สนับสนุนที่ช่วยส่งทีมไปสู่ชัยชนะ ด้วยจุดเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นแบบนี้ ความตื่นเต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อฤดูกาลดำเนินไป

 

ผลงานสำคัญและไฮไลท์

 

ผู้เล่นหลากหลายคนได้ก้าวขึ้นมาเสนอสาเหตุที่ทำให้ผลงานของทีมโดดเด่นใน นัดเปิดฤดูกาล แท็กติกที่ทีมโค้ชใช้ได้แสดงให้เห็นถึงความลึกและความอเนกประสงค์ของทีมเชลซี ขณะที่ทีมประสานการทำงานร่วมกัน เห็นได้ทั้งการเสริมทัพใหม่และผู้เล่นที่มากประสบการณ์ทำงานกลมเกลียวเพื่อคว้าสามแต้มที่สำคัญ

 

การมองไปข้างหน้า

 

ขณะที่เชลซีก้าวไปข้างหน้าหลังจากเกมเปิดฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จ โฟกัสจะเปลี่ยนไปยังการรักษาจังหวะและการพัฒนาจุดที่สามารถปรับปรุงได้ การรักษาฟอร์มนี้เป็นสิ่งสำคัญเมื่อพวกเขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากขึ้นตลอดปฏิทิน ข่าวฟุตบอลอังกฤษ

 

โดยรวมแล้ว การแสดงผลงานของเชลซีในแมตช์เปิดฤดูกาลได้วางเวทีสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นลุ้นระทึกที่รออยู่ข้างหน้า แฟนบอลสามารถรอคอยที่จะเห็นการเติบโตของทีมและการต่อสู้เมื่อพวกเขาลงสนามในการแข่งขันทุกครั้ง

เชียเรอร์เชื่อมั่นว่า เชลซี จะเข้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2025/26 อย่างเต็มที่ โดยเน้นถึงโอกาสที่สดใสของทีม

ความมั่นใจของเชียร์เรอร์ในโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของเชลซี

 

ในโลกของการวิเคราะห์ฟุตบอล เสียงของอลัน เชียร์เรอร์เป็นหนึ่งในเสียงที่มีอิทธิพลมากที่สุด ล่าสุดอดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษและพรีเมียร์ลีกได้แสดงความมั่นใจอย่างสูงในโอกาสที่เชลซีจะชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2025/26 ความเห็นของเขาได้ชี้ให้เห็นถึงเส้นทางที่น่าตื่นตาตื่นใจของเชลซีภายใต้การบริหารจัดการในปัจจุบัน

 

ปัจจัยที่สนับสนุนความฝันของเชลซีในการคว้าแชมป์

 

ความแข็งแกร่งของทีม

 

ความลึกของทีมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เชียร์เรอร์ชี้ให้เห็นว่าเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการท้าชิงแชมป์ของเชลซี สโมสรได้มีการลงทุนอย่างชาญฉลาดในทั้งนักเตะเยาวชนและตัวเก๋าที่มีประสบการณ์ ทำให้ทีมมีความสมดุลที่ดี การมีความลึกนี้ช่วยให้พวกเขารักษาผลงานที่สม่ำเสมอในหลายๆ การแข่งขัน ลดความเสี่ยงของการเหนื่อยล้าหรือการพึ่งพาผู้เล่นหลักเพียงไม่กี่คน

 

ความเชี่ยวชาญในการบริหารทีม

 

ภายใต้การนำของผู้จัดการทีมที่เป็นที่รู้จักในด้านความเชี่ยวชาญทางยุทธวิธีและคุณลักษณะผู้นำ สไตล์การเล่นของทีมได้ถูกฟื้นฟูให้มีความดุดันและมั่นคงในด้านการป้องกัน ความชำนาญในการจัดการทีมนี้คือสิ่งที่เชียร์เรอร์เชื่อว่าจะมีความสำคัญในการข้ามผ่านความซับซ้อนของฤดูกาลพรีเมียร์ลีกที่ยาวนานและอันตราย

 

ความท้าทายที่รออยู่

 

แม้จะมีความมั่นใจ แต่เส้นทางสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกก็ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย การแข่งขันในหนึ่งในลีกที่ต้องใช้ความสามารถทางกายภาพและยุทธวิธีที่ยอดเยี่ยมถือว่าเชลซีต้องรักษาฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเสมอ

 

คู่แข่งที่น่ากลัว

 

การแข่งขันเพื่อชิงแชมป์มีความดุเดือด กับหลายๆ ยักษ์ใหญ่ใน พรีเมียร์ลีก ที่มองไปยังถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นคู่แข่งที่หลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและความแข็งแกร่งของทีม เชลซีต้องทำให้ดีกว่าเหล่าคู่แข่งทั้งในและนอกสนาม

 

ความสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ

 

อุปสรรคหนึ่งที่เชลซีต้องเอาชนะคือการรักษาความสม่ำเสมอตลอดฤดูกาลที่ยาวนาน การเสียแต้มในการแข่งขันกับทีมอันดับต่ำอาจทำให้แคมเปญชิงแชมป์หลุดลอยไปได้ บทเรียนที่ทีมเต็งหลายทีมเคยเผชิญในอดีต ความสม่ำเสมอนี้ยังรวมถึงการรักษาฟอร์มในช่วงที่มีการลงแข่งติดกันและการลดปัญหาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลัก

 

มุมมองสำหรับแฟนเชลซี

 

มีความตื่นเต้นและความคาดหวังอย่างไม่อาจปฏิเสธในหมู่แฟนเชลซี ความมั่นใจของอลัน เชียร์เรอร์ถูกแชร์โดยผู้สนับสนุนหลายคนที่ได้เห็นทีมของพวกเขาพัฒนาเป็นพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง การผสมผสานระหว่างผู้นำที่มีประสบการณ์และนักเตะเยาวชนที่กระตือรือร้นได้สร้างสมดุลที่พิเศษ ซึ่งอาจจะเป็นแรงผลักดันให้พวกเขามุ่งสู่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

 

ในขณะที่ฤดูกาล 2025/26 ใกล้เข้ามา ความท้าทายยิ่งใหญ่และโอกาสในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่ในมือของ เชลซี หากพวกเขายังคงเดินบนเส้นทางที่กำลังดำเนินอยู่

เชียเรอร์ มั่นใจว่า เชลซี จะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 โดยแสดงถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขัน

ความเชื่อมั่นของอลัน เชียเรอร์ในศักยภาพการคว้าแชมป์ของเชลซี

 

ในขณะที่ฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025/26 กำลังจะเริ่มขึ้น อลัน เชียเรอร์ได้แสดงความมั่นใจอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับความสามารถของเชลซีในการแข่งขันเพื่อชิงแชมป์ สโมสรได้ทำการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ทั้งในและนอกสนาม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในฐานะหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในลีก

 

ฟอร์มล่าสุดของเชลซีและการเซ็นสัญญาที่สำคัญ

 

ฟอร์มล่าสุดของเชลซีน่าประทับใจภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการคนปัจจุบัน ผู้ซึ่งได้ปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งการชนะให้กับทีม มีการลงทุนอย่างมากในพื้นที่สำคัญ ด้วยการคว้าตัวนักเตะคุณภาพสูงมาเสริมทัพ การเซ็นสัญญาใหม่เหล่านี้คาดว่าจะให้ความได้เปรียบแก่เชลซีในการแข่งขันเพื่ออันดับสูงสุดใน พรีเมียร์ลีก

 

การเสริมสร้างทีม

 

ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา เชลซีได้เน้นที่การสร้างทีมที่สมดุลด้วยการลงทุนทั้งในผู้เล่นที่มีประสบการณ์และนักเตะเยาวชนที่มีอนาคต การผสมผสานระหว่างเยาวชนและประสบการณ์นี้เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งหวังให้เกิดความยั่งยืนและความสามารถในการปรับตัวในลีกที่มีการแข่งขันสูง เมื่อมีการเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งสำคัญ เชลซีก็พร้อมที่จะรับมือกับทุกความท้าทายที่ฤดูกาลอาจจะนำมา

 

กลยุทธ์และแทคติกส์ของการจัดการทีม

 

วิธีการจัดการทีมของเชลซีได้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูทีม ด้วยการปรับใช้ความยืดหยุ่นทางแทคติกส์และสไตล์การเล่นที่มีความรุก ทีมได้กลายเป็นทีมที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในเกม การปรับแต่งเชิงกลยุทธ์เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในความสามารถของพวกเขาที่จะคว้าเกียรติยศสูงสุดในพรีเมียร์ลีก

 

นักเตะที่น่าจับตา

 

มีนักเตะหลายคนที่กลายเป็นบุคคลสำคัญสำหรับเชลซี โดยพวกเขาแสดงทักษะและความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมในสนาม การแสดงของพวกเขาคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญเมื่อฤดูกาลดำเนินไป การร่วมแรงร่วมใจกันภายในทีมที่ได้รับการนำโดยผู้จัดการที่มีความเข้าใจในแทคติกส์มากยิ่งขึ้น ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถของพวกเขาในการแข่งขันเพื่อชิงแชมป์

 

การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกของเชลซี

 

แม้ว่าเชลซีจะดูแข็งแกร่ง พวกเขาจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากสโมสรชั้นนำอื่น ๆ ในลีก อย่างไรก็ตาม ผลงานล่าสุดและความลึกในทีมของพวกเขาให้ข้อได้เปรียบที่อาจจะนำไปสู่ฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จ การวางแผนและการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ทำให้เชลซีกลายเป็นหนึ่งในทีมที่เป็นตัวเก็งในการชิงแชมป์

 

เส้นทางข้างหน้า

 

เมื่อฤดูกาลดำเนินไป จะเป็นที่น่าตื่นเต้นที่จะได้ชมว่าเชลซีจะบรรลุความทะเยอทะยานของพวกเขาได้อย่างไรพร้อมกับผลงานในสนาม ด้วยทีมที่ทุ่มเทและความสนับสนุนจากผู้จัดการที่แข็งแกร่ง แฟนบอลของเชลซีก็มีเหตุผลทุกประการที่จะมีความหวังในการคว้าชัยชนะในฤดูกาล เชลซี ที่จะถึงนี้

เอ็ดดี้ ฮาว (Eddie Howe) ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) ได้กลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ฮาว (Howe) วัย 47 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวมเมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากถูกนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากรู้สึกไม่สบายมาหลายวัน แต่ตอนนี้เขาได้กลับมากำกับดูแลงานที่สนามฝึกซ้อมแล้ว เจสัน ทินดอลล์ (Jason Tindall) ผู้ช่วยผู้จัดการทีมและเกรม โจนส์ (Graeme Jones) โค้ชร่วมทีม ได้ทำหน้าที่คุมทีมแทน ฮาว (Howe) ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ทางสโมสรได้ขอบคุณแฟนบอลผ่านทางแพลตฟอร์ม X สำหรับ "คำอวยพรที่อบอุ่น" ที่มอบให้กับผู้จัดการทีม นิวคาสเซิล (Newcastle) ซึ่งอยู่ในอันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีก (Premier League) มีกำหนดเผชิญหน้ากับอิปสวิช (Ipswich) ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค (St James' Park) ในวันเสาร์นี้ ฮาว (Howe) ถูกนำส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 11 เมษายน หลังจากที่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับผู้จัดการทีม โดยทินดอลล์ (Tindall) ได้ทำหน้าที่แทนเขาในการแถลงข่าวก่อนการแข่งขันในวันนั้น เมื่อวันที่ 12 เมษายน ทางสโมสรได้ประกาศว่าเขาจะพลาดการแข่งขันเกมเหย้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเกมที่ทีมต้องลงแข่งขันในช่วงที่เขาไม่อยู่ ทินดอลล์ (Tindall) และโจนส์ (Jones) ได้นำทีมนิวคาสเซิล (Newcastle) เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) 4-1 ถล่มคริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) 5-0 และแพ้แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) 1-4 ซึ่งตอนนี้พวกเขาครองอันดับสุดท้ายที่จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก (Champions League) ในพรีเมียร์ลีก (Premier League)

 

การฟื้นตัวของ เอ็ดดี้ ฮาว และอนาคตของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

 

การกลับมาของเอ็ดดี้ ฮาว (Eddie Howe) ถือเป็นข่าวดีสำหรับสโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) ในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมกำลังแข่งขันเพื่อคว้าโอกาสในการเข้าร่วมการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UEFA Champions League) ในฤดูกาลหน้า การขาดหายไปของผู้จัดการทีมวัย 47 ปีรายนี้ ทำให้หลายคนเป็นกังวลเกี่ยวกับทิศทางของทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

โรคปอดบวมที่ ฮาว (Howe) เผชิญ เป็นอาการที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนและจริงจัง โดยการที่เขาสามารถกลับมาทำงานได้ภายในระยะเวลาไม่นานหลังจากเข้ารับการรักษา แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจของเขา ทีมแพทย์ของสโมสรได้ติดตามอาการของเขาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมและฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ก่อนกลับมาทำงาน ในช่วงที่ ฮาว (Howe) ไม่อยู่ เจสัน ทินดอลล์ (Jason Tindall) และเกรม โจนส์ (Graeme Jones) ได้ทำหน้าที่เป็นอย่างดีในการนำทีม 560bet โดยสามารถเก็บชัยชนะได้สองเกมจากสามเกม ซึ่งรวมถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) และคริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า (Aston Villa) ในเกมล่าสุด แต่ผลงานโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ สำหรับแฟนบอลนิวคาสเซิล (Newcastle) การกลับมาของ ฮาว(Howe) เปรียบเสมือนการได้รับแรงบันดาลใจใหม่ในช่วงสำคัญของฤดูกาล แฟนบอลจำนวนมากได้แสดงความสนับสนุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์และที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค (St James' Park) โดยหวังว่าการกลับมาของเขาจะช่วยผลักดันให้ทีมประสบความสำเร็จในเกมที่เหลือของฤดูกาล เกมต่อไปกับอิปสวิช (Ipswich) ในวันเสาร์นี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนิวคาสเซิล (Newcastle) ในการรักษาตำแหน่งในโซนแชมเปียนส์ลีก (Champions League) การเผชิญหน้ากับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่างอิปสวิช (Ipswich) อาจดูเป็นเกมที่ไม่ยากนัก แต่ในพรีเมียร์ลีก (Premier League) ไม่มีเกมไหนที่ง่ายและทุกทีมสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ

ฮาว (Howe) ได้สร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์ที่นิวคาสเซิล (Newcastle) นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งในปี 2021 เขาสามารถยกระดับทีมจากการเป็นทีมที่ต้องหนีตกชั้น ให้กลายเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีก (Premier League) ที่สามารถแข่งขันเพื่อโอกาสในการเล่นในยุโรปได้ ความสำเร็จนี้ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลนิวคาสเซิล (Newcastle) และเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในลีก สำหรับเกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ นิวคาสเซิล (Newcastle) ยังมีความท้าทายรออยู่ แต่ด้วยการกลับมาของฮาว (Howe) และฟอร์มที่ดีของนักเตะหลายคนในทีม 560bet ทำให้แฟนบอลมีความหวังว่าพวกเขาจะสามารถจบฤดูกาลด้วยการคว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีก (Champions League) ได้สำเร็จ

 

การยึดครองพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก ภาระกิจสำคัญ ของ นิวคาสเซิ่ล หลังโควต้าที่ถูกเพิ่มเข้ามา

 

การแข่งขันในโซนท็อปโฟว์ของพรีเมียร์ลีก (Premier League) ในฤดูกาลนี้มีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ด้วยทีมอย่างแอสตัน วิลล่า (Aston Villa) ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ (Tottenham Hotspur) และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ที่ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน ทุกเกมจึงมีความสำคัญและนิวคาสเซิล (Newcastle) จำเป็นต้องแสดงความสม่ำเสมอในช่วงที่เหลือของฤดูกาล แฟนบอลนิวคาสเซิล (Newcastle) หวังว่าจะได้เห็น ฮาว (Howe) กลับมายืนข้างสนามในเกมกับอิปสวิช (Ipswich) และนำทีมสู่ชัยชนะอีกครั้ง เพื่อรักษาตำแหน่งในโซนแชมเปียนส์ลีก (Champions League) และสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรอีกครั้งหนึ่ง

 

เจมส์กลับมาลงสนามได้อย่างทันเวลาหลังจากพักฟื้นอย่าง 'โดดเดี่ยว'

กัปตันทีม เชลซี (Chelsea) รีซ เจมส์ (Reece James) ทำการกลับมาลงสนาม พรีเมียร์ลีก (Premier League) อีกครั้งได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยิงฟรีคิกในนาทีที่ 95 ทำให้ทีมตีเสมอ บอร์นมัธ (Bournemouth) ได้สำเร็จ

แบ็คขวาวัย 25 ปี ต้องพลาดลงสนามไปถึง 21 เกมในฤดูกาลนี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขา โดยได้ลงเล่นในลีกเพียงแค่ 5 นัดเท่านั้น เขาแสดงความดีใจอย่างเต็มที่หลังจากยิงฟรีคิกเข้าประตู ด้วยการชกหมัดขึ้นฟ้าและตะโกนด้วยความปลาบปลื้ม ขณะที่ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ โธมัส ทูเคิ่ล (Thomas Tuchel) นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์และหากใครไม่อยากพลาด เล่น sbobet สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

"มันเป็นช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวและน่าหงุดหงิดมาก" เจมส์ กล่าวกับ บีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์ (BBC Radio 5 Live) เกี่ยวกับช่วงเวลาที่ต้องพักรักษาตัว "ผมดีใจมากที่ได้กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง"

นับตั้งแต่ได้รับตำแหน่งกัปตันทีม เชลซี ในต้นฤดูกาลที่ผ่านมา เขาได้ลงตัวจริงในลีกเพียงแค่ 8 นัดเท่านั้น เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าและกล้ามเนื้อต้นขาอย่างต่อเนื่อง การลงเล่นในลีกครั้งล่าสุดของเขาคือการลงสนามเพียง 8 นาทีในเกมพบกับ อาร์เซนอล (Arsenal) เมื่อเดือนพฤศจิกายน และประตูล่าสุดของเขาย้อนไปถึงเดือนตุลาคม 2022 ในเกมพบกับ เอซี มิลาน (AC Milan)

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ดาวเตะทีมชาติอังกฤษได้กลับมาลงสนามหลังจากพักรักษาตัวสองเดือนล่าสุด โดยลงเล่น 45 นาทีในเกม เอฟเอ คัพ (FA Cup) พบกับ มอร์แคมบ์ (Morecambe) ทีมได้จัดการเวลาลงสนามของเขาอย่างระมัดระวัง โดยให้ลงสนามในนาทีที่ 56 ในเกมพบกับ บอร์นมัธ และเขาทำผลงานได้ดีในการรับมือกับปีกตัวจี๊ดอย่าง อองตวน เซเมนโย (Antoine Semenyo)

เอนโซ่ มาเรสก้า (Enzo Maresca) ผู้จัดการทีม เชลซี กล่าวว่า "รีซ สามารถเทียบชั้นกับ โคล พาล์มเมอร์ (Cole Palmer) ในเรื่องการยิงฟรีคิกได้เลย เพราะเขาเก่งมาก เราตัดสินใจให้ รีซ ยิง และเขาก็ทำได้สำเร็จ พวกเราทุกคนมีความสุขมาก อย่างน้อยเราก็ได้หนึ่งคะแนน"

เป้าหมายต่อไปของ เจมส์ คือการรักษาความฟิตให้ได้จนจบฤดูกาล เขายังได้รับคำถามเกี่ยวกับโอกาสในการกลับไปติดทีมชาติอังกฤษ โดยเขาไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 แต่เขาบอกกับ ทีเอ็นที สปอร์ตส์ (TNT Sports) ว่าผู้จัดการทีม ทูเคิ่ล "รู้ดีถึงความสามารถของผม" เจมส์ เคยโชว์ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในช่วงที่ ทูเคิ่ล คุมทีม เชลซี โดยได้ลงตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ลีก (Champions League) ปี 2021 ภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวเยอรมัน

วันนี้ทางเรา จึงสรุปข่าวของ  รีซ เจมส์ มาให้ทุกคนได้อ่านกันครับ และหากใครไม่อยากพลาด เล่น sbobet สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

 

คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู (Christopher Nkunku) สร้างผลงานสุดยอดในเกมคาราบาวคัพรอบสามที่เชลซี (Chelsea) เอาชนะบาร์โรว์ (Barrow) 5-0 ด้วยการทำแฮตทริกที่สแตมฟอร์ดบริดจ์เมื่อเช้ามืดวันพุธ (02:45 น. ตามเวลาประเทศไทย) เอ็นกุนกูเปิดสกอร์ในนาทีที่ 8 จากการจ่ายบอลชิปลูกสวยของเจา เฟลิกซ์ (Joao Felix) ส่งผลให้เชลซีขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะยิงเพิ่มอีกสองประตู ปิดฉากด้วยการยิงเข้าประตูโล่งๆ หลังแย่งบอลจากผู้รักษาประตูทีมเยือน พอล ฟาร์แมน (Paul Farman)

หากคุณกำลังมองหาเว็บเดิมพันที่เชื่อถือได้ ขอแนะนำ รวม ช่อง ทางเข้า sbobet ที่นี่เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงทุกการเดิมพัน

เชลซีเล่นเหนือกว่าบาร์โรว์ตลอดทั้งเกม

แม้บาร์โรว์จะห่างชั้นจากเชลซีถึง 64 อันดับในลีก แต่ทีมจากลีกทูก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ โดยในช่วงที่เชลซีนำ 1-0 เอมิล อัคควาห์ (Emile Acquah) มีโอกาสยิงวอลเลย์ แต่พลาดข้ามคานไป และเคียน สเปนซ์ (Kian Spence) มีโอกาสยิงฟรีคิกสองครั้งที่ถูกผู้รักษาประตูเชลซี ฟิลิป ยอร์เกนเซน (Filip Jorgensen) เซฟไว้ได้

เชลซียังคงเล่นเกมรุกต่อเนื่องจนถึงครึ่งหลัง และเปโดร เนโต้ (Pedro Neto) ยิงประตูแรกของเขากับเชลซีในนาทีที่ 47 หลังรับบอลจากมิคายโล มูดริก (Mykhailo Mudryk) จ่ายข้ามเข้าประตู เป็นประตูที่ทำให้เชลซีนำห่าง 4-0 จากนั้นในนาทีที่ 75 เอ็นกุนกู (Nkunku) ทำแฮตทริกด้วยการแย่งบอลจากฟาร์แมน (Farman) ผู้รักษาประตูบาร์โรว์ แล้วส่งบอลเข้าประตูที่ว่างเปล่า ปิดฉากเกมด้วยการถล่ม 5-0

การกลับมาของเบน ชิลเวลล์ (Ben Chilwell)

นอกจากนี้ เกมนี้ยังเป็นการกลับมาลงสนามครั้งแรกในรอบหลายเดือนของเบน ชิลเวลล์ (Ben Chilwell) กองหลังทีมชาติอังกฤษ หลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บยาว เขาถูกส่งลงสนามในครึ่งหลังพร้อมกับได้รับปลอกแขนกัปตันทีมทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีบทบาทสำคัญในทีม หลังจบเกมผู้จัดการทีมเชลซี เอนโซ มาเรสกา (Enzo Maresca) กล่าวว่า ชิลเวลล์ทำงานอย่างหนักและพร้อมจะลงสนามมากขึ้นในอนาคต

ความสำเร็จของเอ็นกุนกูในฤดูกาลนี้

สำหรับคริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู (Christopher Nkunku) การทำแฮตทริกครั้งนี้เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมในการเล่นให้เชลซี ฤดูกาลนี้เขาทำไปแล้ว 6 ประตูจากการลงสนาม 8 นัด นี่เป็นการลงเล่นตัวจริงนัดแรกของเขาหลังจากที่พ่ายแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ (Manchester City) ในเกมเปิดฤดูกาล

นัดต่อไปของเชลซีและบาร์โรว์

เชลซี (Chelsea) จะมีโปรแกรมในพรีเมียร์ลีกนัดถัดไปโดยจะเปิดบ้านพบกับไบรตัน (Brighton) ในวันเสาร์ เวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่บาร์โรว์ (Barrow) จะเดินทางไปเยือนกิลลิงแฮม (Gillingham) ในลีกทูในวันเดียวกัน

เพื่อความมั่นใจในการเล่น เราได้คัดสรรและ รวม ช่อง ทางเข้า sbobet ที่ปลอดภัยและไม่มีการบล็อกเพื่อให้ผู้เล่นสนุกได้อย่างต่อเนื่อง

หลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกกำลังตามหากองหน้าคนใหม่ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ใครจะเป็นนักเตะที่มีโอกาสย้ายทีมมากที่สุด? รวบรวมข้อมูลโดย ทีเด็ด บอล sbobet

เชลซี, อาร์เซนอล, ท็อตแนม และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ถูกเชื่อมโยงกับการเสริมทัพกองหน้า มาดูกันว่านักเตะคนไหนที่อาจได้ย้ายไปเล่นที่อื่นในฤดูกาลนี้

โจนาธาน เดวิด (Jonathan David)

  • สโมสรปัจจุบัน: ลีลล์ (Lille)
  • อายุ: 24
  • สนใจ: แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล, ท็อตแนม

โจนาธาน เดวิด มีค่าตัวประมาณ 25 ล้านปอนด์เนื่องจากเขาเหลือสัญญาเพียงหนึ่งปี เป็นการซื้อตัวที่น่าสนใจสำหรับสโมสรในพรีเมียร์ลีก เขาได้รับความชื่นชมจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล และท็อตแนม และอาจเป็นทางเลือกให้เชลซีหากดีลอื่นๆ ไม่สำเร็จ

วิคเตอร์ โอซิมเฮน (Victor Osimhen)

  • สโมสรปัจจุบัน: นาโปลี (Napoli)
  • อายุ: 25
  • สนใจ: ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (Paris Saint-Germain)

วิคเตอร์ โอซิมเฮน ไม่ได้รับความสนใจมากนักเนื่องจากมีค่าฉีกสัญญา 113 ล้านปอนด์ในสัญญาของเขา ถ้าราคาลดลง เขาอาจมีโอกาสย้ายมาเล่นในอังกฤษ ปารีส แซงต์-แชร์กแมงและสโมสรในซาอุดีอาระเบียก็แสดงความสนใจเช่นกัน

โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน (Dominic Calvert-Lewin)

  • สโมสรปัจจุบัน: เอฟเวอร์ตัน (Everton)
  • อายุ: 27
  • สนใจ: นิวคาสเซิล (Newcastle)

โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน อาจออกจากเอฟเวอร์ตันหากเขาไม่เซ็นสัญญาใหม่ โดยมีนิวคาสเซิลให้ความสนใจมากที่สุด แต่ยกเลิกการเจรจาเนื่องจากราคาขอใกล้ 40 ล้านปอนด์ เอฟเวอร์ตันไม่กดดันที่จะขายนักเตะสำคัญของพวกเขา

ซามู โอโมโรดิโอน

  • สโมสรปัจจุบัน: แอตเลติโก มาดริด (Atletico Madrid)
  • อายุ: 20
  • สนใจ: เชลซี (Chelsea)

เชลซีต้องการกองหน้าและซามู โอโมโรดิโอนเป็นเป้าหมายหลัก พวกเขายื่นข้อเสนอ 34 ล้านปอนด์แต่ถูกปฏิเสธ แอตเลติโก มาดริดต้องการเก็บนักเตะคนนี้ไว้

อาร์มันโด โบรยา (Armando Broja)

  • สโมสรปัจจุบัน: เชลซี (Chelsea)
  • อายุ: 22
  • สนใจ: เอฟเวอร์ตัน (Everton)

หากโดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวินออกจากเอฟเวอร์ตัน เอฟเวอร์ตันอาจกลับมาสนใจอาร์มันโด โบรยา แม้ว่าพวกเขาจะกล่าวว่าไม่มีความสนใจในนักเตะชาวแอลเบเนียเนื่องจากไม่สามารถจ่ายเงิน 30 ล้านปอนด์ได้ แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงซัมเมอร์หากการเข้าซื้อกิจการจาก Friedkin Group สำเร็จ

นักเตะคนอื่นที่อาจย้ายทีม

อีวาน โทนี่ (Ivan Toney)

กองหน้าของเบรนท์ฟอร์ดและทีมชาติอังกฤษ อีวาน โทนี่ มีข่าวลือว่าอยากย้ายไปแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

อเล็กซานเดอร์ อิซาค (Alexander Isak)

เชลซี และ อาร์เซนอล มีความสนใจในอเล็กซานเดอร์ อิซาค ที่ทำประตูได้ 31 ประตูใน 52 เกมลีกให้กับนิวคาสเซิลตั้งแต่เข้าร่วมจากเรอัล โซเซียดัดในปี 2022 ด้วยค่าตัวประมาณ 60 ล้านปอนด์

เอเบเรชิ เอเซ (Eberechi Eze)

กองหน้าของคริสตัล พาเลซและทีมชาติอังกฤษ เอเบเรชิ เอเซ ถูกเชื่อมโยงกับท็อตแนม, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ซิตี้, อาร์เซนอล, เชลซี และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในเดือนเมษายน พาเลซกล่าวว่าจะไม่รับข้อเสนอที่ต่ำกว่า 60 ล้านปอนด์สำหรับเอเซและไมเคิล โอลิเซ ที่เข้าร่วมบาเยิร์น มิวนิคในเดือนนี้ด้วยค่าตัวประมาณ 50 ล้านปอนด์

มาร์คัส แรชฟอร์ด (Marcus Rashford)

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ บาร์เซโลนา อาจกำลังพิจารณาย้ายตัวมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าทีมชาติอังกฤษของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ทำประตูได้ 131 ประตูใน 402 การลงเล่นให้กับยูไนเต็ดตั้งแต่เปิดตัวในปี 2016

ดานี่ โอลโม่ (Danl Olmo)

แมนเชสเตอร์ซิตี้ มีข่าวลือว่าสนใจในดานี่ โอลโม่ กองหน้าชาวสเปนของอาร์บี ไลป์ซิก ที่มีค่าฉีกสัญญา 50 ล้านปอนด์

แอนโธนี่ กอร์ดอน (Anthony Gordon)

ลิเวอร์พูลต้องการตัวแอนโธนี่ กอร์ดอน กองหน้านิวคาสเซิล เนื่องจากอนาคตของหลุยส์ ดิอาซที่แอนฟิลด์ไม่แน่นอน ในขณะที่ท็อตแนมกำลังมองที่เปโดร เนโต้ ของวูล์ฟส์

รวบรวมข่าวสารโดยเว็ปไซต์ ทีเด็ด บอล sbobet เว็ปข่าวกีฬาชื่อดัง

 

ฮวน กัวดราโด้
ฮวน กัวดราโด้

หลังจากที่ศึกการแข่งขันพรีเมียร์ลีกของครึ่งฤดูกาลหลังนั้น ได้ทำการแข่งขันมาได้ซักระยะนึงแล้ว สำหรับในบทความนี้เลยจะขอพูดถึงเกี่ยวกับฟอร์มของนักเตะใหม่ที่ย้ายเข้ามาพรีเมียร์ลีกในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองที่ผ่านมากันหน่อย และสำหรับนักเตะคนที่จะพูดถึงในบทความนี้ก็คือ ปีกตัวใหม่ของเชลซีอย่างเจ้า ฮวน กัวดราโด้ นั่นเอง นั่นก็เพราะต้องบอกว่า หลังจากที่ได้ติดตามดูฟอร์มการเล่นของเจ้าปีกตัวใหม่ของเชลซีคนนี้แล้ว ดูเหมือนเป็นฟอร์มที่น่าผิดหวังไปหน่อยนั่นเอง

นั่นก็เพราะว่าตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเชลซีและได้รับโอกาสในการลงสนามไปบ้างแล้วนั้น แต่ดูเหมือนว่า เจ้าฮวน กัวดราโด้นั้น ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มออกมาได้ดีเท่าที่ควรเลย หรือจะบอกว่ายังไม่มีนัดไหนเลยที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ดีระดับนึงหรือว่าน่าประทับใจเลย ซึ่งแน่นอนว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะ เจ้าตัวพึ่งย้ายมาอยู่กับเชลซีได้ไม่นาน คงอาจจะยังปรับตัวให้เข้ากับเชลซีและสไตล์การเล่นของ พรีเมียร์ลีกยังไม่ค่อยได้ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องบอกว่า เขาก็ควรจะโชว์ผลงานออกมาได้ดีกว่านี้ เพราะหลายๆเกม เจ้าตัวเหมือนไม่ค่อยกล้าเล่นเท่าไหร่นัก แถมยังยังทำอะไรติดๆขัดไปหมด เรียกได้ว่า ยังไม่เห็นแววคุ้มค่าออกมาเลย และคิดว่าหากหลังจากนี้ หากเจ้ากัวดราโด้ ยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บอกได้เลยว่า อนาคตของเขากับเชลซีในฤดูกาลหน้านั้น ลำบากแน่นอน

สำหรับเหตุผลว่าทำไมต้องกล่าวเช่นนั้นก็เพราะคิดว่า ถ้าก่อนจบฤดูกาลนี้เจ้า ฮวน กัวดราโด้ยังไม่โชว์ฟอร์มออกมาให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา เชื่อว่าในฤดูกาลหน้าเขาคงอาจจะเป็นได้แค่ตัวสำรองกับเชลซีเท่านั้น เพราะอย่าลืมนะว่า ฤดูกาลหน้าปีกอีกคนของเชลซีที่กำลังโชว์ฟอร์มได้ดีเหลือเกินอย่างเจ้า ซาล่าห์นั้น เขาก็จะกลับมาเชลซีอีกครั้ง ซึ่งนั่นหมายความ มีโอกาสเป็นไปได้สูงแน่นอน ที่มูริญโญ่จะเลือกให้โอกาสเจ้าซาล่าห์มากกว่า เพราะเป็นธรรมดาที่กุนซือจะต้องเลือกนักเตะที่ฟอร์มดีกว่าเป็นตัวเลือกแรกแน่นอน ซึ่งนั่นหมายความว่า กัวดราโด้จะกลายเป็นตัวสำรองยาวแน่นอน เพราะต้องไม่ลืมนะว่า นอกจากซาล่าห์แล้ว เชลซีก็ยังมีเจ้าวิลเลี่ยนที่เป็นตัวหลักอีกคน ดังนั้นหลังจากนี้ เจ้ากัวดราโด้ จะต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่อโชว์ฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ ทั้งหมดก็เพื่ออนาคตของตัวเขาเองสำหรับในฤดูกาลหน้ากับเชลซีนั่นเอง.

ฆวน มาต้า
ฆวน มาต้า

เชื่อเหลือเกินว่า ถ้าหากพูดถึงนักเตะที่ชื่อว่า ฆวน มาต้า แล้ว หลายๆคนคงน่าจำกันได้ดีว่า เจ้ามิดฟิลด์คนนี้เคยได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในมิดฟิดล์ที่ดีที่สุดคนนึงของพรีเมียร์ลีกมาก่อน เพราะหลังจากที่เจ้ามิดฟิลด์คนนี้ ตัดสินใจย้ายจากลีกสเปนมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับเชลซีในช่วงแรกๆนั้น เจ้าตัวโชว์ฟอร์มและผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน จนทำให้ใครหลายๆยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในมิดฟิดล์ที่ดีที่สุดคนนึงในช่วงก่อนหน้านี้ โดยสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความยอดเยี่ยมของฝีเท้าของเจ้าฆวน มาต้า นั้นก็คือ เจ้าตัวเคยฝากผลงานเอาไว้ด้วยการแอสซิตและช่วยยิงประตูสำคัญๆให้กับเชลซีไว้อย่างมากมาย จนทำให้เจ้าตัวคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซีถึงสองปีติดนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ดี แต่ดูเหมือนว่า หลังจากที่เจ้าตัวได้ตัดสินใจย้ายออกจากเชลซีไปร่วมทีมแมนยูเพราะด้วยความต้องการโอกาสลงสนามมากขึ้นนั้น ดูเหมือนฟอร์มและผลงานการเล่นของเจ้า ฆวน มาต้า ที่เคยทำผลงานได้ดีและโดดเด่นเป็นอย่างมากนั้น ก็ได้หายไปพอสมควรเลย เรียกได้ว่าหากเทียบผลงานของเจ้าฆวน มาต้า กับทีมใหม่อย่างแมนยู เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่เชลซีแล้วนั้น ค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนเลยว่า แตกต่างกันพอสมควรเลย ชนิดที่ว่าเห็นแล้วก็น่าใจหายและน่าผิดหวังไม่น้อย โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่เรียกได้ว่า โอกาสในการลงสนามกับแมนยูนั้น น้อยเหลือเกินเพราะดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกหลักใช้งานของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลเท่าไหร่นัก เลยทำให้ฤดูกาลนี้ฆวน มาต้า เลยมักยังคงเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ ซึ่งเห็นแล้วก็น่าเห็นใจไม่น้อย จนทำให้คิดว่า บางทีเจ้าฆวน มาต้า ควรตัดสินใจที่ย้ายทีมอีกครั้งด้วยการย้ายกลับไปเล่นในลีกสเปนอีกครั้งนั่นเอง

นั่นก็เพราะว่า หลังจากที่ได้ติดตามดูบทบาทของเจ้าฆวน มาต้า กับแมนยูภายใต้การทำทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง หลุยส์ ฟาล ฮาลดูแล้วนั้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่า เหมือนเจ้าฆวน มาต้า จะไม่ค่อยเข้ากับระบบการเล่นของหลุยส์ ฟาล ฮาลเท่าไหร่ เลยทำให้เขามักเป็นได้แค่ตัวเลือกที่สองของทีมในแดนกลางเท่านั้น เลยทำให้คิดว่า บางทีหากเขายังคงมีความต้องการเหมือนเดิม เหมือนตอนที่เขาย้ายออกจากเชลซไปก็คือ ต้องการโอกาสในการลงสนามมากขึ้นนั้น เขาก็ควรน่าจะลองตัดสินใจย้ายทีมอีกครั้ง โดยเลือกกลับไปอยู่กับทีมในลีกสเปน ที่น่าจะเข้ากับเขาได้ดีกว่าแมนยู และคิดว่าหากเขาเลือกกลับไปเล่นในสเปนอีกครั้งนั้น เขาน่าจะได้เป็นตัวหลักของทีมแน่นอน ซึ่งมันก็จะเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง ดังนั้นเลยคิดว่า ถ้าหากเขาดูแล้วว่า เขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของแมนยูแล้ว และอยากได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น เขาก็ควรจะตัดสินใจย้ายทีมอีกครั้ง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับเขานั่นเอง.